เลือก”สีหลังคา”ตามหลักฮวงจุ้ยอยู่แล้วเฮง

“หลังคา” นอกจากจะทำหน้าที่ช่วยป้องกันและคุ้มครองเราจากแดด ความร้อน ลม และฝนแล้ว หลังคาที่สวยงามยังช่วยทำให้บ้านหรืออาคารของเราดูโดดเด่นมีเอกลักษณ์ และสิ่งที่จะทำให้หลังคาของเราสวยงามโดดเด่นกว่าคนอื่นหลักๆ ก็คือ “สีหลังคา” ซึ่งการเลือกใช้สีที่ตรงตามหลัก ฮวงจุ้ย นอกจากจะช่วยเสริมโชคลาภแล้ว ยังเป็นพื้นฐานของความสมดุลของฐานทั้ง 5 (ดิน น้ำ ไฟ ไม้ ทอง) อีกด้วย ว่ากันว่าถ้าเลือกใช้สีถูกกับตัวหลังคาแล้วจะยิ่งช่วยให้บ้านนั้นน่าอยู่ ช่วยเสริมดวง การงาน การเงิน ให้คนในบ้านอยู่เย็นเป็นสุขอีกด้วย

ดังนั้นนอกจากจะพิจารณาเลือกใช้หลังคา กันสาด ราคาถูกกันแล้ว ก็ควรเลือกสีหลังคาให้เหมาะกับตัวคุณด้วยเช่นกัน วันนี้ บริษัท เอสพี กันสาด จำกัด จะมาแนะนำการเลือก “สีหลังคา” ตามหลักฮวงจุ้ย ให้ถูกโฉลกกับตัวบ้าน รวมทั้งความหมายของหลังคาสีต่าง ๆ

หลังคาสีแดง

สีแดง สีแห่งโชคลาภและการเฉลิมฉลอง เพราะมีพลังในการดึงดูด ความรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน และการขับไล่พลังทางด้านลบได้อีก “สีแดง” ยังช่วยส่งเสริมพลังบารมีให้กับคุณได้ไม่น้อย นอกจากนี้หลังคาสีแดงยังทำให้อาคารหรือที่อยู่อาศัยของคุณดูโดดเด่นเป็นสง่าอีกด้วย

ฮวงจุ้ย: สีประจำ “ธาตุไฟ” ได้แก่ สีแดง ชมพู ม่วงโดยพลังของธาตุไฟนั้นหมายถึง ความโดดเด่น ความกระจ่าง ความร้อนแรง พลังธาตุไฟจึงเสริมในเรื่องของ ชื่อเสียง ความสวยงาม ความยินดี การประสบความสำเร็จ เป็นที่โดดเด่นในสังคม

หลังคาสีน้ำตาล

สีน้ำตาลสีแห่งความมั่นคง เพราะมีพลังในการดึงดูด ความปลอดภัยมั่นคง นอกจากนี้สีน้ำตาลยังให้ความรู้สึกสงบ สบาย กลมกลืนเข้ากับธรรมชาติ หากนำมามุงหลังคาก็จะทำให้อาคารหรือที่อยู่อาศัยของคุณมีเสน่ห์ โดดเด่น และน่าสนใจมากขึ้น

ฮวงจุ้ย: สีประจำ “ธาตุไม้” ได้แก่ สีเขียว,สีน้ำตาล โดยพลังของธาตุไม้นั้นหมายถึงการเติบโต การงอกเงย ความสวยงาม

หลังคาสีน้ำเงิน

สีน้ำเงิน สีที่ให้ความรู้สึกสงบเย็นเป็นสีที่คนนิยมใช้กันเป็นอันดับต้นๆ เป็นสีที่ให้ความรู้สึกเย็นสบาย ผ่อนคลายแฝงไปด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และยังเสริมพลังความคิดสร้างสรรค์ นอกจากนี้หลังคาสีน้ำเงินยังช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย สบายตา ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกถึงความอบอุ่นปลอดภัย และนำพาความโชคดีเข้ามาในชีวิตได้อีกด้วย

ฮวงจุ้ย: สีประจำ “ธาตุน้ำ” ได้แก่สีฟ้า น้ำเงิน โดยพลังของธาตุน้ำนั้นหมายถึงการไหลลื่น การปรับตัวตามสภาพแวดล้อม พลังธาตุน้ำจึงเสริมเรื่องเกี่ยวกับการค้าขาย การเดินทาง การขนส่ง ความราบรื่น การติดต่อสื่อสาร ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ ภาษา การท่องเที่ยว

หลังคาสีส้ม

สีส้ม สีแห่งปัญญาและสติ เพราะมีพลังในการดึงดูด การใช้เหตุผลและการตัดสินใจ และยังเพิ่มความเฉลียวฉลาด ความแข็งแร่งและความอดทน และยังเป็นสีแห่งความมั่นคงในชีวิต ส่งเสริมด้านการศึกษาของคนในบ้าน ทำให้ประสบผลสำเร็จในการเรียน

ฮวงจุ้ย: สีประจำ “ธาตุดิน” ได้แก่ สีเหลือง ส้ม ครีม โดยพลังของธาตุดินนั้นหมายถึงการสะสมทรัพย์สินให้เพิ่มพูนเหมือนภูเขา พลังธาตุดินจึงเสริมธุรกิจที่ต้องมีการรวบรวมสิ่งของผู้คน เช่นอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ โครงการจัดสรรบ้าน ที่ดิน พื้นที่ให้เช่า อาคารสำนักงาน โรงงาน ตลาด

หลังคาสีเขียว

เป็นสีแห่งความร่ำรวย สีแห่งการเจริญเติบโต สีแห่งสุขภาพที่ดี ส่งผลทำให้เจริญรุ่งเรือง ทั้งทางด้านการงาน การเงิน สุขภาพแข็งไม่เจ็บป่วย และไม่มีโรคภัยมาเบียดเบียน นอกจากนี้สีเขียวยังเปรียบเสมือนกับต้นไม้ ที่มีการแผ่กิ่งก้านสาขาเปรียบเสมือนความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ และกิ่งก้านเหล่านั้นยังให้ความร่มรื่นร่มเย็น มีดอกออกผลที่เปรียบเสมือนกับความมีเมตตาต่อสรรพสิ่งอื่นๆ ที่อยู่รอบตัวอีกด้วย

ฮวงจุ้ย: สีประจำ “ธาตุไม้” ได้แก่ สีเขียว,สีน้ำตาล โดยพลังของธาตุไม้นั้นหมายถึงการเติบโต การงอกเงย ความสวยงาม

หลังคาสีขาว

สีขาว สีพื้นฐานที่คนนิยมเลือกใช้มากที่สุด นั้นก็เพราะว่า สีขาวเป็นสี แห่งความสะอาดไร้เดียงสาและมีความสดชื่น เหมาะสำหรับคนที่ทำงาน หรือทำธุรกิจเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ การเสนอผลงาน ไอเดียแปลกใหม่ต่างๆ สีขาวจะส่งเสริมด้านการคิดสร้างสรรค์ เหมาะสำหรับบ้านที่มีเด็ก

ฮวงจุ้ย: สีประจำ “ธาตุทอง” ได้แก่ สีขาว, สีเทา โดยพลังของธาตุทองนั้นหมายถึงความรวดเร็ว เฉียบคม ทันสมัย พลังธาตุทองจึงเสริมเกี่ยวกับเรื่องของเทคโนโลยีที่ทันสมัย

หลังคาสีเทา

สีเทา สีที่ได้ชื่อว่า สงบเงียบ มาที่สุดตามหลักฮวงจุ้ย เพราะว่ามีพลังในการดึงดูดความสงบรุ่มเย็นและยังสามารถช่วยปลอบประโลมจิตใจได้ด้วย เป็นสีแห่งความมั่นคงในชีวิต มีรากฐานครอบครัวที่ดี มีความสัมพันธ์ที่ดี ชีวิตในครอบครัวราบรื่น ไม่ค่อยมีปัญหาทะเลาเบาะแว้ง ทำให้เกิดความรักความเข้าใจในครอบครัวดีขึ้น

ฮวงจุ้ย: สีประจำ “ธาตุทอง” ได้แก่ สีขาว, สีเทา โดยพลังของธาตุทองนั้นหมายถึงความรวดเร็ว เฉียบคม ทันสมัย พลังธาตุทองจึงเสริมเกี่ยวกับเรื่องของเทคโนโลยีที่ทันสมัย